ตัวแทนจากเครือข่ายวิจัยระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย (TRRN) ได้เข้าร่วมดําเนินงานใน โครงการวิจัย “Digital Twin-driven lifecycle smart product design and manufacturing for railway industry” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ที่ได้รับการสนับสนุนจาก British Council โดยมี Professor Shengfeng Qin จาก University of Northumbria เป็นหัวหน้าโครงการ การเข้าร่วมโครงการในครั้ง นี้ถือเป็นก้าวสําคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ระดับนานาชาติจากสถาบันชั้นนํา เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี คู่แฝดดิจิทัล (Digital Twin) ซึ่งเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางยุคใหม่ เทคโนโลยีดังกล่าว จะมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับกระบวนการออกแบบ การผลิต การซ่อมบํารุง และการขยายอายุการใช้งาน ของระบบราง ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยําและมี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลกับการปฏิบัติงานจริง
ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ คณะผู้แทนได้เดินทางไปยัง Institute of Railway Research (IRR) ณ University of Huddersfield เพื่ อประชุมหารือร่วมกับ Prof. Gareth Tucker และ Prof. Pedro Antunes ศูนย์วิจัยแห่งนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านวิศวกรรมระบบรางและความปลอดภัย โดยคณะได้เยี่ยมชม ศักยภาพของเครื่องมือทดสอบขั้นสูงที่สนับสนุนการวิจัยเทคโนโลยีดิจิทัลทวิน หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นคือเครื่อง ทดสอบ HAROLD หรือ Full-Scale Bogie Rolling Contact, Adhesion and Braking Rig ซึ่งเป็นเครื่องทดสอบ ที่จําลองสภาวะการทํางานของโบกี้บนรางจริงได้อย่างสมบูรณ์ ด้วย rail drum ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร รองรับความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแรงกดล้อสูงสุด 25 ตันต่อเพลา เครื่องมือนี้มีบทบาทสําคัญใน การศึกษาปรากฏการณ์การสัมผัสระหว่างล้อและราง การยึดเกาะ การเบรก และการวิเคราะห์การเสื่อมสภาพของ วัสดุ รวมถึงการพัฒนาโพรไฟล์ล้อและรางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ คณะยังได้ศึกษางานวิจัยผ่านเคร่ืองมือทดสอบที่มีความก้าวหน้าสูงอย่าง Full-Scale High-Performance Pantograph-Catenary Test Rig ซึ่งนับเป็นแท่นทดสอบที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รองรับ ความเร็วสูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แท่นทดสอบนี้ใช้เทคนิค Hardware-in-the-Loop ร่วมกับแบบจําลอง สายส่งไฟฟ้าเสมือนจริงและ Motion Platform แบบหกแกน เพื่อจําลองปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Pantograph และ Catenary ทั้งแบบวงจรเปิดและปิด พร้อมวัดค่าแรงกด การสั่นสะเทือน และการตอบสนองความถี่ ซึ่งเป็นข้อมูล สําคัญสําหรับการพัฒนาระบบรับส่งกระแสไฟฟ้าในรถไฟความเร็วสูง ในขณะเดียวกัน ทางสถาบันยังให้ความสําคัญ กับประสบการณ์ของผู้โดยสารผ่านเครื่องจําลอง Train Hi-fidelity On-board Motion Simulator (THOMoS) ที่ ใช้ประเมินผลกระทบของการสั่นสะเทือนต่อร่างกายมนุษย์ เพื่อนําไปสู่การออกแบบภายในห้องโดยสารและระบบ กันสะเทือนที่ดียิ่งขึ้น
ภารกิจยังครอบคลุมถึงการเยี่ยมชม Smart Rolling Stock Maintenance Research Facility (SRSMRF) ศูนย์กลางการวิจัยที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการซ่อมบํารุงอัจฉริยะ โดยมีการนําหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการตรวจสภาพระยะไกล (Remote Condition Monitoring) และการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ (Prognostics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบํารุง ภายใต้ความ ร่วมมือกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมชั้นนํา อาทิ Siemens และ Network Rail อีกทั้งยังได้เข้าเยี่ยมชม Smart Design Lab (SDL) ณ Northumbria University ของ Professor Shengfeng Qin ซึ่งเป็นแล็บวิจัยที่เน้นการ ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการอัจฉริยะ โดยเชื่อมโยงโลกกายภาพเข้ากับโลกดิจิทัลผ่านเทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อสร้างโมเดลการออกแบบ Digital Twin ที่ครอบคลุมทั้งระบบราง เมือง และสุขภาวะของมนุษย์ การบูร ณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากการเยี่ยมชมครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสําคัญในการเพิ่มพูนศักยภาพให้แก่บุคลากร ไทย ขยายเครือข่ายความร่วมมือวิจัย และยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ได้อย่างมั่นคงในอนาคต

